ส่วนประกอบต่างๆ ของกระดูก
แร่ธาตุอนินทรีย์
ที่เซลล์กระดูกอ่อนนำมาใช้ในการสร้างกระดูกแข็ง มันคืออะไร?
หากประเมินส่วนประกอบของกระดูก
ที่ไม่รวมเซลล์ของกระดูกแล้ว พบว่าร้อยละ 70เป็นสารประกอบแคลเซียม
ได้แก่ แคลเซียมฟอสเฟต (Calcium phosphate), แคลเซียมคาร์บอเนต(Calcium carbonate)และ
แคลเซียมฟลูออไรด์(Calcium fluoride)ส่วนอีกร้อยละ 30จะเป็นอินทรียสารจำพวกโปรตีน และคาร์โบไฮเดรต จากปริมาณเหล่านี้
จะเห็นได้ว่า ส่วนสำคัญของกระดูกคือแร่ธาตุอนินทรีย์ และแร่ธาตุที่พบมากที่สุดคือ
แคลเซียม ดังนั้น หากเราต้องการให้กระดูกเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่
ร่างกายจึงควรได้รับปริมาณแคลเซียม ให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน
แผนภาพแสดงส่วนประกอบของกระดูก
แคลเซียมช่วยเพิ่มความสูงได้อย่างไร?
เนื่องด้วยสัดส่วนขององค์ประกอบของกระดูก
ประกอบด้วยแร่ธาตุอนินทรีย์อยู่มาก และเป็นแคลเซียมเสียส่วนใหญ่
จึงได้มีสมมุติฐานว่า แคลเซียมน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความสูงของร่างกาย และได้รับการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึงผลของแคลเซียมที่มีต่อกระดูกในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น
ผลต่อความหนานแน่นของมวลกระดูก (Bone Mass Density)ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า
แคลเซียมน่าจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกได้อีกวิธีหนึ่งด้วย การเจริญเติบโตของกระดูก มีความสัมพันธ์กับแคลเซียมในร่างกาย
ดังนั้น การที่ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอตามปริมาณที่แนะนำต่อวัน
จะทำให้กระดูกสามารถดึงแคลเซียมในร่างกายมาใช้ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง
The NATURE Calcium1000 เดอะเนเจอร์ แคลเซียม1000
ทั้งนี้
ในกระบวนการเพิ่มความยาวของกระดูก หรือความสูงของร่างกาย จะดำเนินต่อเนื่องไป
และจะเกิดการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเมื่ออายุประมาณ 11-12
ปี ในเด็กหญิง และประมาณ13-14 ปี ในเพศชาย
ในช่วงนี้จะพบว่าความสูงของเด็กจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนกระทั่ง Epiphyseal
plate จะปิดกลายเป็นกระดูกแข็ง ที่อายุประมาณ 15-16 ปี ในเพศหญิง และ 18-20 ปี ในเพศชาย
การเจริญเติบโตของกระดูกจะหยุดลง ดังนั้น หากต้องการให้ร่างกายของเราสูงขึ้น
จึงควรที่จะได้รับปริมาณแคลเซียมอย่างเพียงพอ ก่อนถึงช่วงอายุที่ Epiphyseal
plate ปิดลง
แผนภาพแสดงการอัตราการเพิ่มส่วนสูง ตามช่วงอายุต่างๆ ทั้งในเพศชายและเพศหญิง
Under the license of Simon & Stevens LLC 1000 N West Street #1200 Wilmington Delaware USA 19801


